เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 พฤศจิกายน 2565 ขณะที่ ร.ต.อ.เปรม เตรียมตัว รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ปฏิบัติหน้าที่อยู่บนโรงพัก ได้รับแจ้งจาก น.ส.วรรยา สิงห์สุวรรณ อายุ 50 ปี และ น.ส.ปราณี ประกอบใส อายุ 49 ปี ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเทพปราณี ซ.มธุรส ถ.อุดรดุษฎี เทศบาลนครอุดรธานี ว่ามีสุนัขพันธ์พิตบูลไล่กัดญาติของพวกตนจนได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณหน้าหมู่บ้านเทพปราณี มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย ชื่อนายอานุภาพ บุปผาเฮ้า อายุ 48 ปี น้องชาย น.ส.วรรยาฯ ด.ญ.วริศรา จันทานี อายุ 10 ขวบ ลูกสาว น.ส.ปราณีฯ และชายไม่ทราบชื่อ 1 ราย

น.ส.ปราณีฯ เล่าว่า ช่วงเช้าวันนี้ขณะกำลังจะขับรถจักรยานยนต์ไปส่งลูกสาวที่โรงเรียน น้องเรียนอยู่ชั้น ป.5 โรงเรียนอุดรคริสเตียนวิทยา จังหวะที่ผ่านหน้าบ้านเลขที่ 218 ซึ่งอยู่หน้าหมู่บ้าน สุนัขพันธุ์พิทบูลของบ้านหลังนี้ได้ออกมาไล่กัดที่ขาด้านขวาของลูกสาว ถูกกัดที่บริเวณน่อง และคาบเอารองเท้าผ้าใบของลูกสาวไป รถจักรยานยนต์ตนเกือบล้ม โชคดีแผลไม่เข้าลึก ต่อมานายอานุภาพฯ กำลังปั่นจักรยานจะเข้าไปในหมู่บ้าน สุนัขพิทบูลได้หันไปกัดนายอานุภาพฯ จนได้รับบาดเจ็บ จังหวะเดียวกันคนงานชายหญิงที่พักในหมู่บ้าน จะได้ขับรถจักรยานนยนต์ออกไปทำงาน สุนัขพิตบูลตัวนี้ก็กัดเข้าไปที่ขาด้านขวา เมื่อมีเสียงดังโวยวาย เพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้กันได้ออกมาช่วยคนบาดเจ็บ และถือไม้ไล่สุนัขกลับเข้าบ้านไป

น.ส.วรรยาฯ เล่าว่า น้องชายพักอยู่ที่บ้านอีกหลังไม่ไกลกัน ทุกเช้าน้องชายจะปั่นจักรยานมาหาที่บ้านในหมู่บ้าน เพื่อมาเอาอาหารเช้าที่บ้านตน วันนี้ได้รับโทรศัพท์จากน.ส.ปราณีฯ เพื่อนบ้านที่อยู่ติดกันว่า สุนัขพิตบูลกัดลูกสาวเขาและกัดน้องชายตน จึงรีบออกมาดูเหตุการณ์ เมื่อตนไปถึงก็เห็นน้องชายอยู่ในรั้วบ้านเลขที่ 216 ที่อยู่ตรงข้ามบ้านที่เลี้ยงสุนัขพิตบูล เพื่อนบ้านได้ช่วยกันเอาน้ำมาล้างแผลน้องชาย มีรอยเขี้ยวกัดเข้าที่ข้อเท้าซ้ายจนเป็นแผลเหวอะหวะ ก่อนเร่งนำตัวส่ง รพ.ศูนย์อุดรธานี สุนัขที่บ้านหลังนี้สร้างความเดือดร้อนมานานแล้ว เขาเลี้ยงสุนัขไว้ 3 ตัว มีบางแก้ว โกลเด้น และพิตบูล เจ้าพิตบูลเพิ่งเห็นบ้านนี้เอามาเลี้ยงได้ประมาณ 1 ปี

“ สุนัขบางแก้วและโกลเด้น ชอบเห่าชอบไล่รถจักรยานยนต์ มีไล่กัดคนอื่นบ้างตามประสา เราก็ได้แต่ระวังตัวระวังลูกหลาน ส่วนพิทบูลพอเริ่มโตก็เริ่มมีความดุร้าย ไล่กัดชาวบ้านอยู่เป็นประจำ ล่าสุดได้ไล่กัดชายสูงอายุ ที่มีบ้านอยู่กลางซอย ขณะกำลังปั่นจักรยานออกกำลังกาย ถูกเจ้าพิทบูลกัดที่ขาด้านซ้าย จนต้องเย็บไปหลายเข็ม ทราบว่าต้องเสียเงินค่ารักษาไปเกือบ 2 หมื่น เจ้าของบ้านก็ทยอยจ่ายคืนให้ แต่ยังไม่ครบ มาครั้งนี้ก็มากัดน้องชายตนอีก ถือว่าสร้างความหวาดกลัวให้ชาวบ้านเป็นอย่างมาก เนื่องจากหมู่บ้านเทพปราณีมีทางเข้าออกทางเดียว ต้องผ่านบ้านหลังนี้ เบื้องต้นโทรศัพท์คุยกับลูกสะใภ้เจ้าของบ้าน ซึ่งเป็นคนเลี้ยงสุนัขพิทบูล เขารับปากจะดูแลค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด และจะย้ายสุนัขพิทบูลไปไว้ที่อื่น “

นายสุรัตน์ คำสะอาด 53 ปี เพื่อนบ้าน เล่าว่า ตนเช่าบ้านอยู่หน้าหมู่บ้านเทพปราณี เยื้องกับบ้านเจ้าของสุนัขพิทบูล เมื่อเช้าพอได้ยินเสียงโวยวาย ตนก็รีบออกมาดูหน้าบ้าน เห็นนายอานุภาพฯ ถูกสุนัขพิทบูลกำลังกัดขา นายอานุภาพฯก็ต่อสู้ด้วยหมัด ต่อยไปที่หัวสุนัข ก่อนหลุดมาได้ และไปหลบอยู่ในรั้วบ้านตรงข้ามกัน ตนจึงมาเก็บเอารองเท้าและจูงรถจักรยานให้ไป เจ้าพิทบูลตัวนี้เริ่มจะโตเป็นหนุ่มแล้ว ตนเห็นมันออกมานอกรั้วเป็นประจำ บางครั้งก็เข้ามาในบริเวณตนซึ่งไม่มีรั้ว ตนก็ไล่ออกไป รู้สึกกลัวมากเพราะรู้ว่าสุนัขพันธุ์นี้ดุร้าย คิดไว้แล้วว่าพอมันโตขึ้น อาจจะออกมาไล่กัดคนสร้างความเดือดร้อน อยากเจ้าของเอาไปไว้ที่อื่น ถ้าอยู่แต่ในบ้านเราก็ไม่กลัว แต่เห็นว่ามันชอบหนีออกมานอกบ้านไล่เห่าไล่กัดคนเป็นประจำ

ผู้สื่อข่าวโทรศัพท์ติดต่อไปยังเจ้าของสุนัขพิทบูล ได้รับการชี้แจงว่า ที่บ้านเลี้ยงสุนัขไว้ 3 ตัว บางแก้ว เป็นตัวเมีย ชื่อเจนนี่ อายุเกือบ 10 ปี โกลเดน เป็นตัวเมีย ชื่อช็อคโก อายุเกือบ 10 ปี เช่นกัน ส่วนพันธุ์พิทบูล เพศผู้ ชื่อเจ้าพิทบูล อายุประมาณ 1 ปีเศษ สามีเพิ่งเอามาเลี้ยง ปกติทั้ง 3 ตัวมีนิสัยเชื่องกับคนในบ้าน ยอมรับว่าเมื่อเขาออกไปนอกบ้าน ก็ไปเห่าไปกัดคนอื่น คงเป็นเพราะนิสัยหวงอาณาเขตหวงพื้นที่ ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นเลย ปกติทุกตัวจะมีกรงขังไว้ ช่วงเช้าจะปล่อยออกมาวิ่งเล่นในบ้าน คาดว่าเช้าวันนี้ช่วงที่พ่อสามีเปิดประตูบ้านมาเดินออกกำลังกาย เจ้าพิทบูลจะหนีออกไปนอกบ้าน ตนไม่สามารถออกมาดูแลได้ เนื่องจากมีลูกยังเล็กต้องดูแลอยู่ในบ้าน สามีก็ออกไปทำงาน อยากขอโทษทุกคนที่เดือดร้อน และรับปากว่าจะดูแลค่ารักษาทั้งหมด ได้พูดคุยกันแล้ว และได้ย้ายเจ้าพิทบูลไปไว้ที่บ้านจัดสรรของครอบครัวแล้ว

ร.ต.อ.เปรม เตรียมตัว รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้ออกไปตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว ได้สอบปากคำทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมด หลังจากนี้จะได้ประสานเจ้าของสุนัขมาให้ปากคำเพิ่มเติม ฐานความผิดอาจจะเข้าข่ายกระทำการประมาททำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ และหากแพทย์มีการประเมินอาการบาดเจ็บมีความรุนแรง ก็จะต้องมาดูว่าจะมีความผิดฐานอื่นร่วมด้วยหรือไม่ ซึ่งอยู่ในระหว่างการสอบสวน แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าผู้บาดเจ็บและเจ้าของสุนัขจะมีไกล่เกลี่ยกันจนพอใจหรือไม่