หลานขี้ยาเผามอเตอร์ไซค์กลางไร่อ้อย

ป้าสุดทนให้ลูกสาวแจ้งจับหลานชายขี้ยายืมรถมอเตอร์ไซค์แต่กลับเผาทิ้งกลางไร่อ้อย

เมื่อเวลา 09.45 น.วันที่ 13 ตุลาคม 2565 ขณะที่ พ.ต.ต.มนตรี เอกศิริ สว.สอบสวน สภ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุชาวบ้านพบซากรถจักรยานยนต์ถูกเผากลางไร่อ้อย และมีร่องรอยลากห่างจากจุดเผาประมาณ 50 เมตร เหตุเกิดที่ไร่อ้อยริมถนนเลี่ยงเมือง อ.บ้านผือ-อ.สุวรรณคูหา บ้านภูดิน ม.5 ต.บ้านผือ อ.บ้านผือ จึงออกไปตรวจสอบพร้อมด้วย ร.ต.อ.เทียนทอง  สมศรี รอง สว.สส.สภ.บ้านผือ นำกำลังตำรวจสืบสวน และตำรวจป้อกันและปราบปราม

ในที่เกิดเหตุเป็นไร่อ้อยริมถนน พบซากรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ ล้มตะแคง ล้อด้านหลังพับเหมือนเกิดอุบัติเหตุ ก่อนถูกไฟเผาไหม้เหลือแต่โครงได้รับความเสียหายทั้งคัน ตรวจสอบเลขเครื่องและหมายเลขตัวถังรถ พบเป็นรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ 110 สีดำเทา ทะเบียน 2กฏ-2510 อุดรธานี ห่างไปในไร่อ้อยประมาณ 50 เมตร พบกองไฟที่เป็นจุดเผารถจักรยานยนต์ แต่ไฟดับแล้ว ตำรวจจะได้ตรวจสอบหาเจ้าของรถว่ามีการแจ้งหายไว้หรือไม่ รวมทั้งสอบถามข้อเท็จจริงว่าเกิดอะไรขึ้นกับรถคันนี้ และนำซากรถไปเก็บรักษาไว้ที่โรงพัก เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหายต่อไป

สอบสวนนายล้อม พรมเทศ อายุ 58 ปี ชาวบ้านภูทอง ม.11 ต.บ้านผือ อ.บ้านผือ เจ้าของไร่อ้อย และพบซากรถจักรยานยนต์คนแรก เปิดเผยว่า ขณะตนออกจากบ้านมาที่ไร่อ้อยและที่นา พบซากรถจักรยานยนต์ถูกเผา และมีร่องรอยรากมาไว้ริมถนน ก่อนมีชาวบ้านที่มาเกี่ยวหญ้าบอกว่ามีร่องรอยกองไฟที่ใช้เผารถจักรยานยนต์ ไม่ทราบว่าใครเป็นคนมาเอารถมาเผา และทำไปเพื่ออะไร จึงแจ้งตำรวจมาตรวจสอบ

ต่อมาเวลา 12.30 น. วันเดียวกัน (13 ต.ค.65) นางสาวกนกวรรณ  เหลาแต๋ว หรือฟ้า อายุ 20 ปี ชาวบ้านดอนขี้เหล็ก ม.12 ต.เมืองพาน อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ลูกสาวเจ้าของรถ เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.ต.มนตรี เอกศิริ สว.สอบสวน สภ.บ้านผือ แทนแม่ของตัวเองที่เป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ที่ถูกเผาคือ นางปันจา วิสัย อายุ 50 ปี เพื่อดำเนินคดีกับนายสุพันธ์ศักดิ์ บุตราช หรืออาท อายุ 27  ปี ที่เป็นหลานชายของแม่ได้ยืมรถจักรยานยนต์มาทำธุระที่ อ.บ้านผือ ก่อนรถจักรยานยนต์ของแม่จะถูกเผาเหลือแต่ซาก และเชื่อว่านายสุพันธ์ศักดิ์ฯ เป็นคนลงมือเผารถ เพราะติดเสพยาบ้ามานาน และชอบอาละวาดทุบทำลายข้าวของ ลักทรัพย์ในบ้านไปขาย และทำร้ายร่างกายคนในครอบครัวด้วย หลังรับแจ้งตำรวจสืบสวน สภ.บ้านผือ ได้อออกติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นางสาวกนกวรรณ เหลาแต๋ว เปิดเผยว่า ผู้ก่อเหตุเป็นลูกชายของน้าสาว หรือน้องสาวแม่ของตนเอง ไม่มีครอบครัว ติดเสพยาบ้ามานานนับ 10 ปี ที่ผ่ามาเคยก่อเหตุทุบรถจักรยานยนต์ของแม่ที่ถูกเผามาแล้ว 1 ครั้ง แต่แม่ไม่ติดใจ เพราะว่าเป็นหลานชาย และลักข้าวเปลือกในบ้านไปขาย ทุบทำลายข้าวของภายในบ้าน ทำร้ายร่างกายคนในครอบครัว จนยายต้องหนีไปอยู่กับญาติที่ จ.สุรินทร์ เมื่อประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังเคยไปเผากระท่อมนาชาวบ้านหลายครั้ง เมื่อประมาณ 1 ปี ที่ผ่านมา เคยนำส่งบำบัดที่ รพ.จิตเวช จ.เลย เมื่อกลับออกมายิ่งหนักกว่าเดิม เพราะไปเสพยาบ้าตามเคย และทุกครั้งที่ก่อเหตุตำรวจจับตัวไปไม่กี่วันก็ปล่อยออกมา และก็มาก็เหตุเริ่มจากคนในครอบครัว

หากขอเงินไม่ได้ก็จะอาระวาดทุบทำลายข้าวของและทำร้ายร่างกาย จนชาวบ้านเอือมละอาในพฤติกรรม จึงต้องมาแจ้งความดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะหกปล่อยตัวออกไปอีกกลัวแม่ตนและน้าสาวซึ่งเป็นแม่ของผู้ก่อเหตุจะไม่ปลอดภัย ก่อนเกิดเหตุช่วงบ่ายวานนี้(12 ต.ค.65)นายอาทฯได้ไปยืมรถจักรยานยนต์ของแม่ เพื่อมาทำบัตรประชาชนที่ว่าการอำเภอบ้านผือ กระทั่งสายวันนี้มีตำรวจโทรศัพท์ไปบอกว่ารถจักรยานยนต์โดนเผา และตอนเช้าเห็นนายอาทฯผู้ก่อเหตุ จ้างสามล้อเครื่องในตัวอำเภอไปส่งที่บ้าน และขโมยข้าวเปลือก 2 กระสอบไปขาย คาดว่าน่าจะเป็นค่าโดยสารรถสามล้อเครื่อง ก่อนหายออกจากบ้านไป ที่ตนมาแจ้งความแทนแม่ เพราะว่าแม่ไม่มีรถมา จึงให้ตนเองมาแจ้งความดำเนินคดีให้ถึงที่สุด”

แสดงความคิดเห็น